Dennis's profileA place [oF]~my [I]magin...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
A place [oF]~my [I]magination :p
April 20 เป็นได้แค่พี่ชาย
ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอยังมอง ฉันเป็นพี่ชาย
November 03 ฝันไกล...แต่ไปไม่ถึงฝันไกล...แต่ไปไม่ถึง ผมเคยเชื่อมาตลอดว่าชีวิตของคนเราจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีความฝัน และจะยิ่งไร้ค่าเข้าไปใหญ่ถ้ามีความฝันแต่ไม่พยายามทำมันให้สำเร็จ แต่เวลาผ่านไป เมื่ออายุมากขึ้น ผมก็มีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย มาตอนนี้ ผมเข้าใจมากขึ้นว่าบางครั้งชีวิต มันก็มีอะไรมากกว่าแค่ "ความฝัน" ลองคิดดูนะครับ ถ้าความฝันมันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะไขว่คว้า และวันหนึ่งเราก็รู้ตัวเองว่ามีความสามารถไม่ถึงที่จะทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้ ควรจะทำอย่างไรดีครับ? บางคนอาจจะฝืน ไม่ยอมแพ้เพื่อทำฝันให้เป็นจริงให้ได้ ในขณะที่บางคนก็อาจจะตัดใจ และเริ่มมองหาอะไรที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า แต่ละคนก็จะมีหนทางในการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ซึ่งมันก็จะนำไปสู่บทสรุปที่แตกต่างกันด้วย มีคำพูดที่เราคุ้นหูกันดีว่า ฝันให้ไกลต้องไปให้ถึง แต่ถ้า ฝันไกลแล้วไปไม่ถึงล่ะ!? เราจะรับมือกับมันยังไงดี?? ................................................. กาลครั้งหนึ่ง ,,,นานมาแล้ว แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ มีเด็กหนุ่มชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งถือกำเนิดที่ชานเมืองสตาร์สบูร์ก (เอาเป็นว่าผมขอเรียกเขาว่า นาย A ก็แล้วกันนะครับ) นาย A คนนี้ก็มีความฝันเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปก็คือ อยากใช้ชีวิตอยู่ในโลกลูกหนัง อยากจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ เป็นตำนานของสโมสร และมีโอกาสสวมเสื้อเลส์ เบลอส์สักครั้งในชีวิต แต่ทว่าการเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี มีธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง ทำให้เขาเดินตามความฝันของตัวเองยากสักหน่อย เพราะพ่อ-แม่ ไม่คิดจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านฟุตบอล ในฉากหน้า ที่ต้องตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ เขาก็แอบมีกิจวัตรที่ซุ่มซ้อมอยู่โดยไม่บอกคนในครอบครัว นั่นคือแอบไปเล่นฟุตบอลและฝึกซ้อมฝีเท้าอยู่คนเดียว เรื่องการเรียน นาย A ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เขาสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสตาร์สบูร์ก หนึ่งในสถาบันอันดับต้นๆของฝรั่งเศสได้ ด้วยความที่เป็นคนที่มีวินัยสูง จัดสรรเวลาได้ดี แถมยังมีมันสมองอันปราดเปรื่อง ทำให้เขาเรียนจบปริญญาโท จากคณะเศรษฐศาสตร์ได้ในวัยแค่ 22 ปีเท่านั้น แถมยังมีความสามารถพิเศษคือพูดได้ถึง 6 ภาษา ถ้ามองจากความเป็นจริงแล้ว คนที่อัจฉริยะขนาดนี้จะไปขยายต่อธุรกิจของครอบครัว หรือจะไปทำงานในองค์กรชั้นนำ เงินเดือนสูงๆก็ได้ทั้งนั้น แต่น่าแปลกที่นาย A กลับไม่เลือกหนทางนั้น และเดินหน้าต่อไปกับสิ่งที่เขาฝันไว้แต่แรก นั่นคือ "นักฟุตบอลอาชีพ"นั่นเอง เขาพยายามอย่างหนัก ฝึกฝนมากกว่าเดิม และในที่สุดเส้นทางก็เริ่มมีแสงสว่างรำไรๆ นาย A ผ่านการทดสอบของทีมฟุตบอลท้องถิ่น เอฟซี มุทซิก และพออายุ 29 ปีในที่สุดเขาก็ได้สังกัดในสโมสรสตาร์สบูร์กที่เขาใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตเสียที แต่ปัญหาก็คือเวลายิ่งผ่านไป ก็ค้นพบว่าฝีเท้าระดับเขาใช้การไม่ได้กับเกมระดับสูงเลย การที่ฝึกฝนอย่างครึ่งๆกลางๆตั้งแต่เด็กมันทำให้พื้นฐานในกีฬาลูกหนังของเขาแตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด และในที่สุดสตาร์สบูร์กก็ตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกจากทีม เพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์ใดๆได้เลย ---------------------------------- นาย A นั่งกลุ้มใจอย่างหนัก ว่าจะเอายังไงต่อไปกับชีวิตดี ถึงแม้จะอยากอยู่ในแวดวงฟุตบอล แต่เมื่อความสามารถไม่ถึง แล้วเขาจะเดินตามฝันได้อย่างไร? จะยอมไปทดสอบฝีมือกับทีมระดับต่ำกว่าดีไหม? อาจจะมีหนทางอีกเฮือกก็ได้นะ แต่คิดดีๆยังไงเสียพื้นฐานของเขาก็ไม่ได้เก่งฉกาจเหมือนใครๆ ยังไงก็ไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้อยู่ดี หรือว่า ... จะต้องตัดใจกลับไปสานต่อธุรกิจของครอบครัว แล้วความฝันที่จะสวมเสื้อเลส์ เบลอส์ จะต้องพังทลายไปทั้งอย่างนี้หรือ --------------------------------------------- หลังจากใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริงว่า ตัวเองคงจะเอาดีทางการเป็นนักเตะไม่ได้แน่ๆ จึงถามตัวเองว่า จะมีทางไหนบ้างมั้ยที่จะประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลที่เขาหลงรัก และในที่สุดก็ค้นพบว่าการเป็นผู้จัดการทีมนี่ล่ะ ที่คิดว่าตัวเขาเองน่าจะทำได้ดี เขาเป็นคนมีระเบียบวินัย และจัดการเรื่องต่างๆได้ดี มันก็เหมาะเจาะเลยไม่ใช่หรอ ใช่ ถึงแม้ในฐานะนักเตะอาจจะไม่สามารถติดทีมชาติฝรั่งเศสได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้จัดการทีมชาติไม่ได้นี่... เมื่อมีเป้าหมายใหม่ๆในชีวิต ทันใดนั้นเขาก็เริ่มออกก้าวเดินอย่างรวดเร็ว นาย A ไปเรียนต่อที่สถาบันอบรมโค้ชฟุตบอล และเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นเขาก็เรียนจบออกมาด้วยไลเซนส์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากนั้นก็ได้รับงานให้คุมทีมเยาวชนของสตาร์สบูร์ก และไม่กี่ปีก็ข้ามไปคุมน็องซี่ และย้ายไปทีมใหญ่อย่างโมนาโกในเวลาต่อมา ----------------------------------------------- จากนักฟุตบอลห่วยๆที่ถูกปล่อยตัวฟรีจากสตาร์สบูร์ก ณ เวลานี้ นาย A ถูกยอมรับว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มีฝีมือมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรป การเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้เขารู้ระบบกลไก และการจัดองค์ประกอบของทีมได้เป็นอย่างดี การนำฟันเฟืองแต่ละชิ้นมาต่อกัน เพื่อทำให้ทีมปลดปล่อยศักยภาพได้มากที่สุดในสนาม การจบเศรษฐศาสตร์ทำให้เขามีแผนการ คิดคำนวณนอกสนามได้อย่างสมบูรณ์แบบ รู้ว่าทำอะไรจะส่งผลต่อประโยชน์ของสโมสรได้ดีที่สุด ทุกๆการกระทำ ทุกๆไอเดียของเขา มันลงล็อก และดูจะถูกต้องไปซะทุกอย่างจริงๆ และมาจนวันนี้เชื่อได้เลย เพียงแค่นาย A เอ่ยปากว่า ต้องการจะคุมทีมชาติฝรั่งเศส ทางสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสจะปลดเรมงด์ โดเมอเน็คออกเพื่อให้เข้าขึ้นกุมบังเหียนแทนที่ทันที .--------------------------------------------------- อ่านถึงตรงนี้ทุกคนก็น่าจะรู้ว่า นาย A คนนี้ หมายถึง Arsene Wenger ผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล ผู้วางระบบโครงสร้าง และรากฐานที่ดีขึ้นมาใหม่ จนทำให้ตอนนี้ทีมเดอะ กันเนอร์ส เป็นสโมสรที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน จากความฝันจะเป็นนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งในที่สุดเขาก็รู้ดีว่าตัวเองทำไม่ได้ ก็เลิกยื้อ เลิกฝืน และหันมามองหาความฝันใหม่ๆ ที่ตัวเองมีศักยภาพที่จะทำได้ และก็น่าทึ่ง ที่เขาทำได้ดีมากๆเสียด้วย ผมขอแสดงความยินดีกับคนที่ไปถึงฝั่งฝันของตัวเองด้วยครับ อยากให้รู้ว่าคุณเป็นคนที่น่าอิจฉาจริงๆนะครับ แต่กับคนที่ไปไม่ถึงตรงนั้น บางทีการที่เราดื้อดึงกับความฝันอย่างหนึ่ง อาจทำให้ปิดกั้นความสามารถจริงๆที่เรามีอยู่ก็ได้ ดังนั้นถ้าฝันไกล แต่ไปไม่ถึง มันก็ ... ไม่เป็นไร แค่ลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง และให้โอกาสตัวเองเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เพราะบางที... ตัวคุณอาจจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้มากกว่าที่ตัวเองคิดก็ได้นะครับ October 20 สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผู้หญิง"พระเจ้าได้สร้างสิ่งมีชีวิตที่มีค่าให้กับโลกใบนี้มากมาย พระเจ้าได้สร้างสิ่งมีชีวิตที่จะถูกเรียกว่าผู้หญิงนานมาถึง 6 วันแล้ว
เอามาให้เพื่อนๆอ่านเล่นๆ นะครับ คิดถึง ภาพเดิมๆเมื่อตอน ม.ปลายยังไง ไม่รู้ เมื่อใดที่หลับตาลง ... เสียงนั้นยังไม่เคยจางหายไป สุดท้าย... กุคิดถึงพวกมึงว่ะ ออฟเฟอร์ ตุ้มเม้ง เกมส์น้อย อรรฆ์ อาณัติ เห้อออ เหมือนกับจะมี แต่ก็ไม่มี
August 09 เรื่องง่ายๆที่พวกผู้ชายไม่รู้เรื่องง่ายๆที่พวกผู้ชายไม่รู้
1. การที่เธอโทรหาคุณบ่อยๆ และชอบถามคุณว่า “อยู่ไหน อยู่กะใคร” นั้นแหละ รู้มั้ยว่าเค้าเป็นห่วงคุณ ผู้ชายหลายคนอาจจะรู้สึกเบื่อ รำคาญ แต่คุณรู้มั้ย จริงๆแล้วเธอไม่ได้อยากโทรไปกวนคุณหรอกนะ เธอแค่เป็นห่วงคุณ อยากรู้ความเป็นไปของคุณเท่านั้นเอง หัดเข้าใจผู้หญิงซะบ้างซิ 2. การที่เธอขี้หึงจนออกนอกหน้า คุณอย่าคิดรำคาญเชียวนะ รู้ไว้นะว่านี้แหละ คือการกระทำที่จะบอกว่า เธอรักคุณมากที่สุด ฉันรู้ว่านิสัยเจ้าชู้มันคือนิสัยของผู้ชายหลายๆคนอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยถ้าคุณมีแฟนอยู่แล้วก้อน่าจะลดๆลงหน่อย ห้ามเอานิสัยหรือคำพูดที่ทำกับแฟนคุณไปทำกับผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด รู้มั้ยว่า ถ้าเธอรู้เธอจะเสียใจมากแค่ไหน 3. หากวันไหนที่ทะเลาะกัน ไม่ว่าเธอจะผิดหรือคุณจะผิด แต่ถ้าเธอร้องไห้ ให้รู้ไว้นะว่านั้นมันคือน้ำตาที่ออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งแต่ประการใด รู้มั้ย ถ้าเธอไม่รักคุณ เธอจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นหรอกนะ 4. เวลาเธอมีปัญหาหัดรับฟังเธอบ้างรู้มั้ย อย่าเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองแล้วไม่อยากรับฟังซะละ การที่เธอเอาปัญหาของเธอมาบอกกับคุณ นั้นแสดงถึงความไว้ใจที่เธอมีต่อคุณนะรู้มั้ย ถึงแม้ปัญหาของเธอนั้น คุณจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยแค่คุณพูดปลอบใจเธอ มันก้อทำให้เธอรู้สึกดีแล้วละ อย่างน้อยคุณก็ทำให้เธอรู้สึกว่า เธอยังมีคุณอยู่ข้างๆ เสมอ 5. หากวันไหนเธอป่วย หรือไม่สบาย ก้อหัดไปดูแลเธอบ้าง แต่หากไปไม่ได้ก็ควรโทรไปหา ถามอาการบ้าง และก็หัดพูดคำว่า “เป็นห่วงนะ” ให้เธอฟังซะบ้าง รู้รึป่าวว่ามันจะทำให้อาการดีขึ้นเร็วกว่าทานยาที่หมอให้มาซะอีก 6. อย่าปล่อยให้เธอต้องรู้สึกว่าคุณเริ่มเปลี่ยนไป เพียงเพราะคุณไม่มีเวลาว่างให้กับเธอเท่านั้น อย่างน้อยถ้าหากคุณไม่ว่างก็น่าจะบอกเธอก่อน เธอจะได้ไม่ต้องห่วงคุณมากเกินไป ว่า “ตอนนี้คุณจะเป็นอะไรรึป่าว หรือว่าคุณอยู่กะผู้หญิงคนไหน” รู้ไว้นะ โรคประจำตัวของผู้หญิงคือ “โรคคิดมาก” เนี่ยแหละ ถ้าคุณไม่รีบเคลียร์นะ เธอจะคิดไปได้ไกลแสนไกลเลยแหละ 7. อย่าเห็นว่าการเอาแต่ใจตัวเองของเธอเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ เพราะนี่มันคือนิสัยของผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว สาเหตุของการชอบเอาแต่ใจตัวเองของเธอ มันไม่ได้มีอะไรมากหรอก เธอแค่อยากเป็นคนที่สำคัญที่สุดของคนที่เธอรักมากที่สุดเท่านั้น ซึ่งคนๆนั้นก็คือ คุณ 8. อย่ามองว่าผู้หญิงเป็นคนไร้เหตุผล เพราะอันที่จริงแล้วเหตุผลของเธอมีมากมายกว่า เหตุผลที่คุณคิดได้ซะอีก เพียงแต่เธอไม่อยากพูดเท่านั้นเอง เอามาให้เพื่อนชายทั้งหลายที่มีแฟนแล้วมาอ่านนะ จะได้เข้าใจแฟนตัวเองมากขึ้น August 03 เฮ้ออ โล่งง สอบเสร็จไปแล้ว 3 วิชา ชีวะ eng เคมี เศร้าอย่างมาก Eng ไม่ได้ท่องศัพท์ไป กาเดาหมดเลย 20 ข้อ เซ็งเรย ชีวะ ก็พอๆทำได้ (ชีทหนาเป็นสิบๆcm) ท่องทั้งวันทั้งคืน ออกไม่ลึกเลย เคมีสอบเขียนหมด ก็พอทำได้ = = สรุปคือโล่งงงง เหลือแค่ ฟิสิกส์กับแลปไบโอ ก็คงไม่มีไรมาก คงเกินมีนอยู่มั้ง = = อยู่คนเดี่ยวแบบนี้มันเหงาเสียจริง เพื่อนใหม่ก็ยังไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ รู้สึกนะ ว่าโดดเดี่ยว บางทีเราอาจเป็นคนที่เข้ากับคนยากมั้ง จริงหรือ ? ไม่น่าจะใช่ เราเข้ากับคนง่าย แต่ไม่รุ้ทำไม เข้ามหาลัยมา ยังรู้สึกเหงาๆ แต่ก็นะ สงสัยยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพื่อนสนิทๆ ก็ไม่ได้อยู๋ใกล้ๆ มั้ง เลยรู้สึก โดดเดี่ยว ตอนนี้ มีเพียงไม่กี่สิ่งที่เป็นที่พึ่งในการคลายเครียด ไม่ออกไปเล่นบาสก็ เล่นดอทเอไปวันๆ (เน็ตที่หอเน่ามากๆ) เมื่อวานสอบเสร็จไปนั่งเล่น เคาท์เตอร์สไตร์ นานมาก ภาพรวมก็เล่นโอเค แล้วก็เล่นดอทเอต่อ เสียตังไปร้อยบาทแหนะ ไม่รู้เล่นกี่ชม = = นั่งจากบ่ายโมงมั้ง ถึงบ่ายห้า โอ้พระเจ้า!! นั่งนานเลยนะ นั้น พอดีเพื่อนๆในคณะไปเล่นด้วยกันเยอะเลยติดลมละมั้ง เห้ออออ ฟิสิกส์ ก็ทำแบบฝึกหัดจะครบแล้ว แลปไบโอยังไม่อ่าน มีเวลาอีกสามวัน = = ทำไรดีน้อ ช่วงนี้ร่างกายแย่มาก ไอไม่หายมาเป็นสองอาทิตย์เเล้ว ร่างกายอ่อนแอมาก นอนก็ไม่พอ (ตีสามตีสี่ ตลอดอ่านทั้งคืนเลย)วันนี้ก็เล่นนอนตั่งแต่ สามทุ่ม ตื่นมา เกือบๆเก้าโมง โอ้ว จอร์จ นอนตั้ง สิบสองชั่วโมง ทำไปได้ !! คนคนหนึ่ง อาจไม่ดีเหมือนใคร แต่บางที คนๆนี้ ที่ไม่ดีเหมือนใคร อาจมีสิ่งที่ดีกว่าใคร ให้คุณ อาจมีใครผ่านเข้ามาแต่ เธอก็ยังผ่านไป เหมือนกับใครในอดีต เรานี้ช่างโง่เสียจริง ปล. ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ตั่งใจเรียนกันนะครับ มีความสุขกับชีวิตในมหาลัย เอาปริญญากลับบ้านกัน |
รวมwebดีๆให้เพื่อน
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|