Dennis's profileA place [oF]~my [I]magin...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 03

    ฝันไกล...แต่ไปไม่ถึง

    ฝันไกล...แต่ไปไม่ถึง




    ผมเคยเชื่อมาตลอดว่าชีวิตของคนเราจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีความฝัน

    และจะยิ่งไร้ค่าเข้าไปใหญ่ถ้ามีความฝันแต่ไม่พยายามทำมันให้สำเร็จ

    แต่เวลาผ่านไป เมื่ออายุมากขึ้น ผมก็มีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย

    มาตอนนี้ ผมเข้าใจมากขึ้นว่าบางครั้งชีวิต มันก็มีอะไรมากกว่าแค่ "ความฝัน"

    ลองคิดดูนะครับ ถ้าความฝันมันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะไขว่คว้า และวันหนึ่งเราก็รู้ตัวเองว่ามีความสามารถไม่ถึงที่จะทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้

    ควรจะทำอย่างไรดีครับ?

    บางคนอาจจะฝืน ไม่ยอมแพ้เพื่อทำฝันให้เป็นจริงให้ได้ ในขณะที่บางคนก็อาจจะตัดใจ และเริ่มมองหาอะไรที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า

    แต่ละคนก็จะมีหนทางในการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ซึ่งมันก็จะนำไปสู่บทสรุปที่แตกต่างกันด้วย

    มีคำพูดที่เราคุ้นหูกันดีว่า ฝันให้ไกลต้องไปให้ถึง

    แต่ถ้า ฝันไกลแล้วไปไม่ถึงล่ะ!?

    เราจะรับมือกับมันยังไงดี??

    .................................................


    กาลครั้งหนึ่ง ,,,นานมาแล้ว แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

    มีเด็กหนุ่มชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งถือกำเนิดที่ชานเมืองสตาร์สบูร์ก
    (เอาเป็นว่าผมขอเรียกเขาว่า นาย A ก็แล้วกันนะครับ)

    นาย A คนนี้ก็มีความฝันเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปก็คือ อยากใช้ชีวิตอยู่ในโลกลูกหนัง อยากจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ เป็นตำนานของสโมสร และมีโอกาสสวมเสื้อเลส์ เบลอส์สักครั้งในชีวิต

    แต่ทว่าการเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี มีธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง ทำให้เขาเดินตามความฝันของตัวเองยากสักหน่อย เพราะพ่อ-แม่ ไม่คิดจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านฟุตบอล

    ในฉากหน้า ที่ต้องตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ เขาก็แอบมีกิจวัตรที่ซุ่มซ้อมอยู่โดยไม่บอกคนในครอบครัว นั่นคือแอบไปเล่นฟุตบอลและฝึกซ้อมฝีเท้าอยู่คนเดียว

    เรื่องการเรียน นาย A ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เขาสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสตาร์สบูร์ก หนึ่งในสถาบันอันดับต้นๆของฝรั่งเศสได้

    ด้วยความที่เป็นคนที่มีวินัยสูง จัดสรรเวลาได้ดี แถมยังมีมันสมองอันปราดเปรื่อง ทำให้เขาเรียนจบปริญญาโท จากคณะเศรษฐศาสตร์ได้ในวัยแค่ 22 ปีเท่านั้น แถมยังมีความสามารถพิเศษคือพูดได้ถึง 6 ภาษา

    ถ้ามองจากความเป็นจริงแล้ว คนที่อัจฉริยะขนาดนี้จะไปขยายต่อธุรกิจของครอบครัว หรือจะไปทำงานในองค์กรชั้นนำ เงินเดือนสูงๆก็ได้ทั้งนั้น

    แต่น่าแปลกที่นาย A กลับไม่เลือกหนทางนั้น และเดินหน้าต่อไปกับสิ่งที่เขาฝันไว้แต่แรก นั่นคือ "นักฟุตบอลอาชีพ"นั่นเอง

    เขาพยายามอย่างหนัก ฝึกฝนมากกว่าเดิม และในที่สุดเส้นทางก็เริ่มมีแสงสว่างรำไรๆ นาย A ผ่านการทดสอบของทีมฟุตบอลท้องถิ่น เอฟซี มุทซิก และพออายุ 29 ปีในที่สุดเขาก็ได้สังกัดในสโมสรสตาร์สบูร์กที่เขาใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตเสียที

    แต่ปัญหาก็คือเวลายิ่งผ่านไป ก็ค้นพบว่าฝีเท้าระดับเขาใช้การไม่ได้กับเกมระดับสูงเลย การที่ฝึกฝนอย่างครึ่งๆกลางๆตั้งแต่เด็กมันทำให้พื้นฐานในกีฬาลูกหนังของเขาแตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

    และในที่สุดสตาร์สบูร์กก็ตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกจากทีม เพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์ใดๆได้เลย

    ----------------------------------

    นาย A นั่งกลุ้มใจอย่างหนัก ว่าจะเอายังไงต่อไปกับชีวิตดี

    ถึงแม้จะอยากอยู่ในแวดวงฟุตบอล แต่เมื่อความสามารถไม่ถึง แล้วเขาจะเดินตามฝันได้อย่างไร?

    จะยอมไปทดสอบฝีมือกับทีมระดับต่ำกว่าดีไหม? อาจจะมีหนทางอีกเฮือกก็ได้นะ แต่คิดดีๆยังไงเสียพื้นฐานของเขาก็ไม่ได้เก่งฉกาจเหมือนใครๆ ยังไงก็ไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้อยู่ดี

    หรือว่า ... จะต้องตัดใจกลับไปสานต่อธุรกิจของครอบครัว

    แล้วความฝันที่จะสวมเสื้อเลส์ เบลอส์ จะต้องพังทลายไปทั้งอย่างนี้หรือ


    ---------------------------------------------

    หลังจากใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริงว่า ตัวเองคงจะเอาดีทางการเป็นนักเตะไม่ได้แน่ๆ

    จึงถามตัวเองว่า จะมีทางไหนบ้างมั้ยที่จะประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลที่เขาหลงรัก

    และในที่สุดก็ค้นพบว่าการเป็นผู้จัดการทีมนี่ล่ะ ที่คิดว่าตัวเขาเองน่าจะทำได้ดี

    เขาเป็นคนมีระเบียบวินัย และจัดการเรื่องต่างๆได้ดี มันก็เหมาะเจาะเลยไม่ใช่หรอ

    ใช่ ถึงแม้ในฐานะนักเตะอาจจะไม่สามารถติดทีมชาติฝรั่งเศสได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้จัดการทีมชาติไม่ได้นี่...

    เมื่อมีเป้าหมายใหม่ๆในชีวิต ทันใดนั้นเขาก็เริ่มออกก้าวเดินอย่างรวดเร็ว

    นาย A ไปเรียนต่อที่สถาบันอบรมโค้ชฟุตบอล และเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นเขาก็เรียนจบออกมาด้วยไลเซนส์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

    จากนั้นก็ได้รับงานให้คุมทีมเยาวชนของสตาร์สบูร์ก และไม่กี่ปีก็ข้ามไปคุมน็องซี่ และย้ายไปทีมใหญ่อย่างโมนาโกในเวลาต่อมา

    -----------------------------------------------

    จากนักฟุตบอลห่วยๆที่ถูกปล่อยตัวฟรีจากสตาร์สบูร์ก

    ณ เวลานี้ นาย A ถูกยอมรับว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มีฝีมือมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรป

    การเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้เขารู้ระบบกลไก และการจัดองค์ประกอบของทีมได้เป็นอย่างดี การนำฟันเฟืองแต่ละชิ้นมาต่อกัน เพื่อทำให้ทีมปลดปล่อยศักยภาพได้มากที่สุดในสนาม

    การจบเศรษฐศาสตร์ทำให้เขามีแผนการ คิดคำนวณนอกสนามได้อย่างสมบูรณ์แบบ รู้ว่าทำอะไรจะส่งผลต่อประโยชน์ของสโมสรได้ดีที่สุด

    ทุกๆการกระทำ ทุกๆไอเดียของเขา มันลงล็อก และดูจะถูกต้องไปซะทุกอย่างจริงๆ

    และมาจนวันนี้เชื่อได้เลย เพียงแค่นาย A เอ่ยปากว่า ต้องการจะคุมทีมชาติฝรั่งเศส ทางสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสจะปลดเรมงด์ โดเมอเน็คออกเพื่อให้เข้าขึ้นกุมบังเหียนแทนที่ทันที

    .---------------------------------------------------

    อ่านถึงตรงนี้ทุกคนก็น่าจะรู้ว่า นาย A คนนี้

    หมายถึง Arsene Wenger


    ผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล ผู้วางระบบโครงสร้าง และรากฐานที่ดีขึ้นมาใหม่ จนทำให้ตอนนี้ทีมเดอะ กันเนอร์ส เป็นสโมสรที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน

    จากความฝันจะเป็นนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งในที่สุดเขาก็รู้ดีว่าตัวเองทำไม่ได้

    ก็เลิกยื้อ เลิกฝืน และหันมามองหาความฝันใหม่ๆ ที่ตัวเองมีศักยภาพที่จะทำได้

    และก็น่าทึ่ง ที่เขาทำได้ดีมากๆเสียด้วย



    ผมขอแสดงความยินดีกับคนที่ไปถึงฝั่งฝันของตัวเองด้วยครับ อยากให้รู้ว่าคุณเป็นคนที่น่าอิจฉาจริงๆนะครับ

    แต่กับคนที่ไปไม่ถึงตรงนั้น

    บางทีการที่เราดื้อดึงกับความฝันอย่างหนึ่ง อาจทำให้ปิดกั้นความสามารถจริงๆที่เรามีอยู่ก็ได้

    ดังนั้นถ้าฝันไกล แต่ไปไม่ถึง

    มันก็ ... ไม่เป็นไร

    แค่ลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง และให้โอกาสตัวเองเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ


    เพราะบางที...
    ตัวคุณอาจจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้มากกว่าที่ตัวเองคิดก็ได้นะครับ

    Comments (1)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    เพิ่งจะแวะเข้ามาอ่าน
    ที่เขียนไว้ก็น่าคิดนะ

    ชั้นก็แอบตรงเรื่องนี้เล็กๆเหมือนกัน
    เห้อ...
    Feb. 8

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://tomsan23.spaces.live.com/blog/cns!E2B99F681B35E4E1!308.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None