Dennis 的个人资料A place [oF]~my [I]magin...照片日志列表更多 工具 帮助

A place [oF]~my [I]magination :p

此人的网络为空(或未公开)。
tomsan  
第 1 张,共 22 张
9月2日

I can Feel, it's in your eyes.

When you looking at me, I can feel the confuse in our relationship form your eyes.
 
I wanna say I'm sorry in the way I've choose, I alway know It unfair, but it's the best way isn't ?
 
To you, I become a beutiful reflection like evening glow
Please, remember our happiness days
and i hope it will remain forever like a picture
To me, you become pure light which clearify my blue days
it will become forever pormise like pure jewrly on your lovely hand

    
 
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต่างเดินผ่านกัน และ เราก็ผ่านมาและผ่านไป
ดังสายลมทีเปลียนไป ไม่เคยหยุดนิ่ง ไม่เคยหยุดพักที่ใด
แต่หารู้ไม่ ว่าข้างในของผมนั้นยังจมอยู่ที่ๆ เดิมเสมอมา 
 
เมื่อผมทำเหมือนเรานั้นไม่เคยผ่านเข้าไปในความทรงจำของกันและกัน
สายตาที่ผมพบนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและหงุดหงิดจริงๆ
แต่จะทำได้อย่างไร ผมนั้นก็ขอเก้บแค่ความทรงจำดีๆ ไว้ข้างในต่อไปละกัน 
พร้อมกับเฝ้ามองและห่วงใยด้วยความหวังดี ^^
  
 
 
8月27日

วันที่ฝนตก

ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเข้าใจว่า
ความรัก มันบังคับใครไม่ได้  ในเมื่อมันไม่สมหวัง เราก็ไม่ควรจะบังคับใคร
ผมยอมรับและเข้าใจมันตลอดเวลาที่ผ่านมา เหมือนกับผมจะเข้าใจในเส้นแบ่งที่ผมสร้างขึ้นมา
ผม มีความสุขที่ยังสามารถมองเห็นรอยยิ้มของเธอ ผมเฝ้ามองและมีควาสุขกับการเฝ้ามองตลอดมา
แต่ในทางกลับกัน ผมกลับไม่รู้ตัวเลยว่า รอยยิ้ม ของผมค่อยๆจางหายไป โดยที่ตัวผมเองไม่ได้สังเกตและไม่รู้สึกตัวเลย
แต่คนรอบๆ ข้างของผมนั้น ต่างทักกัน นักต่อนัก

ผม เลยมานั่ง คิดๆ ว่าเกิดอะไรกับตัวผมเอง
เรียน เยอะ ? ไม่มั้ง  หลับตลอด สอบก็ผ่านอยู่นะ
แลป เครียด ? ไม่มั้ง oper ก็ไม่มีงานค้าง CD ก็พอทำได้
มีปัญหาทางบ้าน ? อาจมีส่วน ยังไม่คุยกับแม่มา 3 เดือนละ แต่ก็ไม่น่าจะส่งผลขนาดนี้
ผมปิดกัน การคุยที่ทำให้ผมรู้สึกดี ? อาจเป็นสาเหตุหลัก หลังจากวันที่ผมสร้างเส้นแบ่งขึ้นมา ผมเริ่มลด หนี และหาย จากเธอไป
 
ในทุกวันนี้ ผมไม่สามารถรู้สึกจากตัวเองได้เลย ว่าอะไรคือ "รอยยิ้มที่แท้จริง" ของตัวผมเอง
ในแต่ละวันที่ผ่านไป เหมือนกับเวลาในชีวิตของผม มันผ่านไปเรื่อยๆ ไร้ความหมาย ไร้น้ำหนัก ไร้สาระ ไร้จิตใจ
ทุ่มเท่สมาธิและกำลังกับทุกๆสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต กิจกรรม กีฬา แต่พอหัวสมองว่าง ก็กลับมานั่ง hurt
วันเวลาแบบนี้ เมื่อไหร่มันจะหายไปสักที เมื่อไหร่ผมจะสามารถออกจากวันที่ฝนตกแบบนี้ได้
 
4月20日

เป็นได้แค่พี่ชาย

 

ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอยังมอง ฉันเป็นพี่ชาย
ฉันซึ้งอยู่แล้วเธอไม่มีใจ ให้กัน
แต่อย่าบอกให้คนอย่างฉัน
เลิกรักเธอ (เลิกรักเธอ)
มันทำไม่ได้ (มันทำไม่ได้)

*ฉันรักเธอแล้วก็บอกตรงๆ ไม่เคยรักใคร
ฉันรักไปแล้วจะหยุดยังไง ห้ามใจไม่ทัน
ไม่ต้องห่วงพี่ชายอย่างฉัน
แค่เธอปล่อย (แค่เธอปล่อย)
ให้ฉันรักเธอ (ให้ฉันรักเธอ)

**ยอมเป็นแค่พี่ชาย
เอาไว้ตอนที่เธอนั้นเหงาใจ
ไม่มีใคร ให้ฉันคอยดูแล

*** ได้เป็นแค่พี่ชาย
มันก็ยังได้อยู่ใกล้ๆเธอ
ได้เฝ้าดู ไม่ให้ใครรังแก
เป็นพี่ชายชายใจดีให้เธอ
พี่ชาย โอ..พี่ชายเท่านั้น

( ซ้ำ * , ** )
ได้เป็นแค่พี่ชาย
มันก็ยังได้อยู่ใกล้ๆเธอ
ได้เฝ้าดู ไม่ให้ใครรังแก

ฉันพร้อมจะทำเพื่อเธอตลอดไป
(ฉันยอมเสมอยอมเพื่อเธอ)

แค่เพียงเธอเก็บฉันไว้ใกล้ตัวให้นานๆ
(เก็บฉันไว้ เธอเก็บฉันไว้)

แม้เป็นคนสุดท้ายที่เธอนึกถึงกัน
ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ชื่นใจ

( ซ้ำ ** , *** )
อะไรก็เปลี่ยนเธอไม่ได้
(อะไรก็เปลี่ยนเธอไม่ได้)
บางสิ่งไม่อาจจะรั้งได้
(บางสิ่งไม่อาจจะรั้งได้)
นั่นก็คือ หัวใจ.. ของเธอ

(ซ้ำ *** , ****)

 


 

11月3日

ฝันไกล...แต่ไปไม่ถึง

ฝันไกล...แต่ไปไม่ถึง




ผมเคยเชื่อมาตลอดว่าชีวิตของคนเราจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีความฝัน

และจะยิ่งไร้ค่าเข้าไปใหญ่ถ้ามีความฝันแต่ไม่พยายามทำมันให้สำเร็จ

แต่เวลาผ่านไป เมื่ออายุมากขึ้น ผมก็มีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย

มาตอนนี้ ผมเข้าใจมากขึ้นว่าบางครั้งชีวิต มันก็มีอะไรมากกว่าแค่ "ความฝัน"

ลองคิดดูนะครับ ถ้าความฝันมันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะไขว่คว้า และวันหนึ่งเราก็รู้ตัวเองว่ามีความสามารถไม่ถึงที่จะทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้

ควรจะทำอย่างไรดีครับ?

บางคนอาจจะฝืน ไม่ยอมแพ้เพื่อทำฝันให้เป็นจริงให้ได้ ในขณะที่บางคนก็อาจจะตัดใจ และเริ่มมองหาอะไรที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า

แต่ละคนก็จะมีหนทางในการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ซึ่งมันก็จะนำไปสู่บทสรุปที่แตกต่างกันด้วย

มีคำพูดที่เราคุ้นหูกันดีว่า ฝันให้ไกลต้องไปให้ถึง

แต่ถ้า ฝันไกลแล้วไปไม่ถึงล่ะ!?

เราจะรับมือกับมันยังไงดี??

.................................................


กาลครั้งหนึ่ง ,,,นานมาแล้ว แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

มีเด็กหนุ่มชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งถือกำเนิดที่ชานเมืองสตาร์สบูร์ก
(เอาเป็นว่าผมขอเรียกเขาว่า นาย A ก็แล้วกันนะครับ)

นาย A คนนี้ก็มีความฝันเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปก็คือ อยากใช้ชีวิตอยู่ในโลกลูกหนัง อยากจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ เป็นตำนานของสโมสร และมีโอกาสสวมเสื้อเลส์ เบลอส์สักครั้งในชีวิต

แต่ทว่าการเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี มีธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง ทำให้เขาเดินตามความฝันของตัวเองยากสักหน่อย เพราะพ่อ-แม่ ไม่คิดจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านฟุตบอล

ในฉากหน้า ที่ต้องตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ เขาก็แอบมีกิจวัตรที่ซุ่มซ้อมอยู่โดยไม่บอกคนในครอบครัว นั่นคือแอบไปเล่นฟุตบอลและฝึกซ้อมฝีเท้าอยู่คนเดียว

เรื่องการเรียน นาย A ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เขาสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสตาร์สบูร์ก หนึ่งในสถาบันอันดับต้นๆของฝรั่งเศสได้

ด้วยความที่เป็นคนที่มีวินัยสูง จัดสรรเวลาได้ดี แถมยังมีมันสมองอันปราดเปรื่อง ทำให้เขาเรียนจบปริญญาโท จากคณะเศรษฐศาสตร์ได้ในวัยแค่ 22 ปีเท่านั้น แถมยังมีความสามารถพิเศษคือพูดได้ถึง 6 ภาษา

ถ้ามองจากความเป็นจริงแล้ว คนที่อัจฉริยะขนาดนี้จะไปขยายต่อธุรกิจของครอบครัว หรือจะไปทำงานในองค์กรชั้นนำ เงินเดือนสูงๆก็ได้ทั้งนั้น

แต่น่าแปลกที่นาย A กลับไม่เลือกหนทางนั้น และเดินหน้าต่อไปกับสิ่งที่เขาฝันไว้แต่แรก นั่นคือ "นักฟุตบอลอาชีพ"นั่นเอง

เขาพยายามอย่างหนัก ฝึกฝนมากกว่าเดิม และในที่สุดเส้นทางก็เริ่มมีแสงสว่างรำไรๆ นาย A ผ่านการทดสอบของทีมฟุตบอลท้องถิ่น เอฟซี มุทซิก และพออายุ 29 ปีในที่สุดเขาก็ได้สังกัดในสโมสรสตาร์สบูร์กที่เขาใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตเสียที

แต่ปัญหาก็คือเวลายิ่งผ่านไป ก็ค้นพบว่าฝีเท้าระดับเขาใช้การไม่ได้กับเกมระดับสูงเลย การที่ฝึกฝนอย่างครึ่งๆกลางๆตั้งแต่เด็กมันทำให้พื้นฐานในกีฬาลูกหนังของเขาแตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

และในที่สุดสตาร์สบูร์กก็ตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกจากทีม เพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์ใดๆได้เลย

----------------------------------

นาย A นั่งกลุ้มใจอย่างหนัก ว่าจะเอายังไงต่อไปกับชีวิตดี

ถึงแม้จะอยากอยู่ในแวดวงฟุตบอล แต่เมื่อความสามารถไม่ถึง แล้วเขาจะเดินตามฝันได้อย่างไร?

จะยอมไปทดสอบฝีมือกับทีมระดับต่ำกว่าดีไหม? อาจจะมีหนทางอีกเฮือกก็ได้นะ แต่คิดดีๆยังไงเสียพื้นฐานของเขาก็ไม่ได้เก่งฉกาจเหมือนใครๆ ยังไงก็ไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้อยู่ดี

หรือว่า ... จะต้องตัดใจกลับไปสานต่อธุรกิจของครอบครัว

แล้วความฝันที่จะสวมเสื้อเลส์ เบลอส์ จะต้องพังทลายไปทั้งอย่างนี้หรือ


---------------------------------------------

หลังจากใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริงว่า ตัวเองคงจะเอาดีทางการเป็นนักเตะไม่ได้แน่ๆ

จึงถามตัวเองว่า จะมีทางไหนบ้างมั้ยที่จะประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลที่เขาหลงรัก

และในที่สุดก็ค้นพบว่าการเป็นผู้จัดการทีมนี่ล่ะ ที่คิดว่าตัวเขาเองน่าจะทำได้ดี

เขาเป็นคนมีระเบียบวินัย และจัดการเรื่องต่างๆได้ดี มันก็เหมาะเจาะเลยไม่ใช่หรอ

ใช่ ถึงแม้ในฐานะนักเตะอาจจะไม่สามารถติดทีมชาติฝรั่งเศสได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้จัดการทีมชาติไม่ได้นี่...

เมื่อมีเป้าหมายใหม่ๆในชีวิต ทันใดนั้นเขาก็เริ่มออกก้าวเดินอย่างรวดเร็ว

นาย A ไปเรียนต่อที่สถาบันอบรมโค้ชฟุตบอล และเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นเขาก็เรียนจบออกมาด้วยไลเซนส์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

จากนั้นก็ได้รับงานให้คุมทีมเยาวชนของสตาร์สบูร์ก และไม่กี่ปีก็ข้ามไปคุมน็องซี่ และย้ายไปทีมใหญ่อย่างโมนาโกในเวลาต่อมา

-----------------------------------------------

จากนักฟุตบอลห่วยๆที่ถูกปล่อยตัวฟรีจากสตาร์สบูร์ก

ณ เวลานี้ นาย A ถูกยอมรับว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มีฝีมือมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรป

การเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้เขารู้ระบบกลไก และการจัดองค์ประกอบของทีมได้เป็นอย่างดี การนำฟันเฟืองแต่ละชิ้นมาต่อกัน เพื่อทำให้ทีมปลดปล่อยศักยภาพได้มากที่สุดในสนาม

การจบเศรษฐศาสตร์ทำให้เขามีแผนการ คิดคำนวณนอกสนามได้อย่างสมบูรณ์แบบ รู้ว่าทำอะไรจะส่งผลต่อประโยชน์ของสโมสรได้ดีที่สุด

ทุกๆการกระทำ ทุกๆไอเดียของเขา มันลงล็อก และดูจะถูกต้องไปซะทุกอย่างจริงๆ

และมาจนวันนี้เชื่อได้เลย เพียงแค่นาย A เอ่ยปากว่า ต้องการจะคุมทีมชาติฝรั่งเศส ทางสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสจะปลดเรมงด์ โดเมอเน็คออกเพื่อให้เข้าขึ้นกุมบังเหียนแทนที่ทันที

.---------------------------------------------------

อ่านถึงตรงนี้ทุกคนก็น่าจะรู้ว่า นาย A คนนี้

หมายถึง Arsene Wenger


ผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล ผู้วางระบบโครงสร้าง และรากฐานที่ดีขึ้นมาใหม่ จนทำให้ตอนนี้ทีมเดอะ กันเนอร์ส เป็นสโมสรที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน

จากความฝันจะเป็นนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งในที่สุดเขาก็รู้ดีว่าตัวเองทำไม่ได้

ก็เลิกยื้อ เลิกฝืน และหันมามองหาความฝันใหม่ๆ ที่ตัวเองมีศักยภาพที่จะทำได้

และก็น่าทึ่ง ที่เขาทำได้ดีมากๆเสียด้วย



ผมขอแสดงความยินดีกับคนที่ไปถึงฝั่งฝันของตัวเองด้วยครับ อยากให้รู้ว่าคุณเป็นคนที่น่าอิจฉาจริงๆนะครับ

แต่กับคนที่ไปไม่ถึงตรงนั้น

บางทีการที่เราดื้อดึงกับความฝันอย่างหนึ่ง อาจทำให้ปิดกั้นความสามารถจริงๆที่เรามีอยู่ก็ได้

ดังนั้นถ้าฝันไกล แต่ไปไม่ถึง

มันก็ ... ไม่เป็นไร

แค่ลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง และให้โอกาสตัวเองเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ


เพราะบางที...
ตัวคุณอาจจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้มากกว่าที่ตัวเองคิดก็ได้นะครับ
10月20日

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผู้หญิง"

พระเจ้าได้สร้างสิ่งมีชีวิตที่มีค่าให้กับโลกใบนี้มากมาย พระเจ้าได้สร้างสิ่งมีชีวิตที่จะถูกเรียกว่าผู้หญิงนานมาถึง 6 วันแล้ว
เทวดาได้ผ่านมาพบและพูดว่า
เทวดา : “ทำไมท่านถึงใช้เวลากับสิ่งนี้นานเหลือเกิน”
พระเจ้า: “ท่าน
เทวดา ท่านได้ทราบถึงคุณสมบัติและรูปร่างลักษณะทั้งหมด
ของเธอที่ข้าต้องสร้างขึ้นมาหรือไม่? เธอต้องสามารถชำระล้างได้ แต่ต้องไม่ทำมาจากพลาสติก เธอต้องมีส่วนประกอบ
กว่า 200 ชิ้นที่ต้องขยับเขยื้อนได้ ซึ่งทุกชิ้นต้องสามารถเปลี่ยนทดแทนได้ เธอต้องสามารถทำอาหารได้ทุกชนิด เธอต้อง
สามารถอุ้มเด็ก ๆ ได้ครั้งละหลาย ๆ คน เธอต้องมีโอบกอดที่สามารถรักษาเยียวยาได้ ตั้งแต่ความเจ็บปวดของรอยฟกช้ำ
ที่หัวเข่าถึงหัวใจที่แตกสลาย เธอต้องสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ด้วยเพียงสองมือของเธอเท่านั้น”
เทวดา : “พระเจ้า! แต่ตัวเธอช่างนิ่มเหลือเกิน”

พระเจ้า : “ใช่! ตัวเธอจะต้องนิ่ม แต่ข้าก็ได้สร้างให้เธอแข็งแรงด้วยนะ ชนิดที่ว่าท่านและใคร ๆ คาดไม่ถึงทีเดียวว่าเธอจะสามารถอดทน
และฝ่าฟันความยากลำบากเหล่านั้นได้”
เทวดา : “เธอจะมีความสามารถในการคิดหรือเปล่า?”

พระเจ้า : “ไม่เพียงแต่เธอสามารถคิดไตร่ตรองสิ่งต่าง ๆ ได้แล้ว เธอยังสามารถใช้แทนเหตุผลและเจรจาต่อรองได้เป็นอย่างดีด้วยนะท่าน”

เทวดา : สัมผัสที่แก้มของสิ่งมีชีวิตนี้ “ท่าน! นี่เธอดูเหมือนมีรอยรั่วแล้วนะท่านใส่สิ่งต่าง ๆ ให้เธอมากเกินไปรึเปล่า”

พระเจ้า : รีบแก้ข้อกังขาของเทวดา “เธอไม่ได้มีรอยรั่วแต่อย่างใดนะท่าน น้ำที่แก้มนั้นเรียกว่า น้ำตา”

เทวดา : “ทำไมเธอต้องมีน้ำตาด้วยหละ”

พระเจ้า : “น้ำตาบนแก้มของเธอนั้นคือวิธีการหนึ่งที่เธอแสดงออกถึงความเศร้า ความสับสน ความรัก ความเหงา ความเจ็บปวดและความปีติภูมิใจ”

คำชี้แจงนี้ทำให้เทวดามีความประทับใจอย่างลึกซึ้ง

เทวดา : “พระเจ้า ท่านช่างอัจฉริยะเหลือเกินท่านได้คิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างลึกซึ้งนักผู้หญิงนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์”

พระเจ้า : “ช่างแท้จริงนักท่าน! นี่แหละคือคำนิยามของเธอ! ผู้หญิงมีความอดทนที่น่าทึ่งในสายตาของผู้ชาย เธอสามารถเผชิญกับปัญหาและ
รับภาระที่หนักหนาได้ เธอถือครองความรัก ความสุขและความนึกคิด เธอสามารถยิ้มได้ในสถานการณ์ที่น่าหวีดร้อง เธอสามารถ
ขับร้องได้เมื่อเธอรู้สึกว่าอยากจะร้องไห้ เธอร้องไห้เมื่อเธอมีความสุขและหัวเราะเมื่อเธอหวาดกลัว เธอจะต่อสู้เพื่อสิ่งที่เธอเชื่อและ
ต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม เธอจะไม่ยอมรับคำว่าไม่ ตราบใดที่เธอเห็นว่ามีทางออกที่ดีกว่า เธออุทิศชีวิตของเธอให้กับครอบครัวเพื่อ
ที่จะให้ครอบครัวของเธอเติบโตรุ่งเรือง ความรักของเธอเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขใด ๆเธอน้ำตาไหลเมื่อเห็นลูก ๆ ของเธอได้รับ
ชัยชนะเธอมีความสุขเมื่อเห็นเพื่อนของเธอทำดี เธอรู้สึกปีติเมื่อเธอได้ยินการกำเนิดหรือการแต่งงาน หัวใจของเธอร้าวรานเมื่อญาติ
หรือเพื่อนสนิทได้จากไป แต่เธอยืนหยัดอย่างเข้มแข็งที่จะดำเนินชีวิตต่อไป เธอรู้ดีว่าอ้อมกอดและจุมพิตที่บริสุทธิ์สามารถเยียวยารักษา
หัวใจที่ร้าวรานได้ มีสิ่งเดียวที่เธอผิดพลาดไปนั่นคือเธอลืมว่า......เธอนั้นมีค่ามากมายเพียงใด”

 

เอามาให้เพื่อนๆอ่านเล่นๆ นะครับ

คิดถึง ภาพเดิมๆเมื่อตอน ม.ปลายยังไง ไม่รู้ 
สนามบอลที่เตะด้วยกัน  ลูกบอลลูกเดิมที่เราเตะด้วยกัน
สนามบาสที่เล่น  ลูกบาสที่เล่นจนหมดลาย 
สนามฟุตบอลที่ใช้เข้าแถวตอนเช้า
แถว รด. ที่เข้าแถวยังไงๆ ก็ไม่ตรงสักกะที
เพื่อนๆ ที่สร้างความวุ่นวาย และความสุข
อาจารย์ที่สอนเรา ใช้งานเรา ที่คอยสนับสนุนเรา

  เมื่อใดที่หลับตาลง ...  เสียงนั้นยังไม่เคยจางหายไป
เสียงออดหมดคาบ เสียงคุยกัน โวยวายในห้อง  เสียงอาจารย์ที่กำลังสอน

  สุดท้าย... กุคิดถึงพวกมึงว่ะ ออฟเฟอร์ ตุ้มเม้ง เกมส์น้อย อรรฆ์ อาณัติ
ธรรมชาติ ต้น เหลิม เผด็จ กิมเล้ง สก๊อต เอ็มเร่ นพ

  เห้อออ เหมือนกับจะมี แต่ก็ไม่มี
            เหมือนกับจะไม่เหงา  แต่ก็ไม่เหงา
            เหมือนกับจะมีความสุข  แต่ก็ไม่มี

เนื้อเพลง: ฤดูร้อน
อัลบั้ม: Summer

บ่อยครั้งที่ใจเดินออกไปไม่มองข้างทาง หยดน้ำตาอยู่กับการไม่มีค่า

ฉันเดินหลงทางอยู่กลางผู้คน ที่สับสนวุ่นวาย
หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใด เมื่อเธอมาจากฉันไป

ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ
ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ

หยุดทั้งหัวใจ เดินต่อไปไม่มีแสงดาว โอบกอดน้ำตาโอบกอดหัวใจกับความเศร้า

ฉันเดินหลงทางอยู่กลางผู้คน ที่สับสนวุ่นวาย
หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใด เมื่อเธอมาจากฉันไป

ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ
ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ

ยืนมองท้องฟ้า ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ
ยืนมองท้องฟ้า ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ

บ่อยครั้งที่ใจเปิดออกไปให้ลืมเรื่องราว ฉากเก่าย้อนมาเปิดออกไปไม่เป็นเช่นเดิม
 

Tomsan Dennis

职业
地点
兴趣
A man In A blue Day !

Windows Media Player

天气

正在加载...

web

รวมwebดีๆให้เพื่อน